ในงานก่อสร้างทุกประเภท “เหล็กเส้น” คือวัสดุหลักที่ใช้ในการเสริมแรงให้กับคอนกรีต เพราะคอนกรีตมีจุดแข็งในการรับแรงอัดแต่รับแรงดึงได้ต่ำ จึงต้องใช้เหล็กเส้นเข้ามาช่วยเสริมแรงดึงให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและปลอดภัย โดยเฉพาะในโครงสร้างขนาดใหญ่และอาคารสูงที่ต้องเผชิญกับน้ำหนักมากและแรงลมสูง
บทความนี้ mywatsadu.com จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า เหล็กเส้นคืออะไร, ประเภทของเหล็กเส้น, และ สเปคเหล็กเส้นที่เหมาะกับอาคารสูง ต้องเลือกอย่างไรให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และคุ้มค่า
เหล็กเส้นคืออะไร?
เหล็กเส้น (Rebar หรือ Reinforcing Bar) คือโลหะที่ผลิตจากเหล็กกล้า (Steel) ผ่านการรีดเย็นหรือรีดร้อน มีลักษณะเป็นแท่งยาว ใช้ฝังร่วมกับคอนกรีตเพื่อเพิ่มความแข็งแรงในโครงสร้าง
เหล็กเส้นเป็นวัสดุก่อสร้างหลักในโครงสร้างอาคาร ถนน สะพาน หรือแม้แต่โรงงานอุตสาหกรรม เพราะสามารถรับแรงดึงได้ดีมาก ต่างจากคอนกรีตที่รับแรงอัดได้ดีแต่แรงดึงต่ำ
ประเภทของเหล็กเส้น

1. เหล็กเส้นกลม (Round Bar – RB)
- พื้นผิวเรียบ ไม่มีบั้ง
- นิยมใช้ในโครงสร้างขนาดเล็ก หรือส่วนที่ไม่รับแรงมาก เช่น ปูพื้น ผูกเหล็กเสริม
- ขนาดที่ใช้ทั่วไป: RB6, RB9, RB12
2. เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar – DB)
- พื้นผิวมีบั้ง หรือร่อง เพื่อยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดี
- ใช้ในโครงสร้างรับน้ำหนัก เช่น เสา คาน ฐานราก
- เหมาะสำหรับอาคารสูง โครงสร้างขนาดใหญ่
- ขนาดมาตรฐาน: DB10, DB12, DB16, DB20, DB25, DB32
ขนาดเหล็กเส้นมาตรฐานในไทย
| ประเภทเหล็ก | ขนาด (มม.) | น้ำหนัก (กก./ม.) | ความยาวมาตรฐาน |
|---|---|---|---|
| RB6 | 6 | 0.222 | 10 ม. |
| RB9 | 9 | 0.499 | 10 ม. |
| DB12 | 12 | 0.888 | 10 ม. |
| DB16 | 16 | 1.578 | 10 ม. |
| DB20 | 20 | 2.466 | 10 ม. |
| DB25 | 25 | 3.854 | 10 ม. |
| DB32 | 32 | 6.313 | 10 ม. |
สเปคเหล็กเส้นที่ใช้ในอาคารสูง ต้องเป็นแบบไหน?
การสร้างอาคารสูงกว่า 10 ชั้นขึ้นไป จำเป็นต้องใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเหล็กเส้น ซึ่งถือเป็นโครงกระดูกของอาคาร การเลือกใช้เหล็กที่เหมาะสมจะช่วยให้โครงสร้างปลอดภัย รองรับน้ำหนัก และแรงลมได้ดี
1. เลือกใช้เหล็กข้ออ้อยเป็นหลัก
อาคารสูงต้องใช้เหล็กที่ยึดเกาะคอนกรีตได้ดี เพื่อรองรับแรงดึง แรงเฉือน และแรงสั่นสะเทือนจากลม หรือแผ่นดินไหว เหล็กข้ออ้อย จึงเป็นตัวเลือกหลักในโครงสร้างเสา คาน ฐานราก
2. เลือกเกรดเหล็กที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม
ในไทย มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ใน มอก. 24-2559 โดยแบ่งเกรดเหล็กเป็น:
- SD30: เหมาะกับงานโครงสร้างทั่วไป เช่น บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น
- SD40: นิยมใช้กับอาคาร 5-10 ชั้น
- SD50: เหมาะสำหรับอาคารสูง, อาคารสำนักงาน, สะพาน หรือโรงงาน
คำแนะนำ: อาคารสูงกว่า 10 ชั้น ควรเลือกใช้เหล็กเกรด SD50 เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ
3. ตรวจสอบโรงงานผลิตเหล็กต้องได้รับรอง มอก.
ควรเลือกซื้อจากโรงงานที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมไทย (มอก.) และมีใบรับรองคุณภาพจากวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่าเหล็กเส้นมีความแข็งแรงตามเกรด ไม่ยืดตัวง่าย ไม่หักเปราะ และไม่เป็นสนิมง่าย
เหล็กเส้นยี่ห้อไหนดี สำหรับอาคารสูง?
- TATA TISCON (ทาทา สตีล) – มีให้เลือกทั้ง SD40 และ SD50 ใช้ในอาคารขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย
- มิลล์คอน – จุดเด่นคือการควบคุมคุณภาพสูง มีมาตรฐานรับรองครบ
- Siam Yamato Steel (SYS) – มีเหล็กเส้นเกรดพรีเมียมสำหรับงานวิศวกรรมหนัก
- ไทยเม็ททอล – เหล็กเส้นราคาย่อมเยา แต่ได้มาตรฐาน มอก.
ข้อควรระวังในการเลือกซื้อเหล็กเส้น
- หลีกเลี่ยงเหล็กปลอม หรือไม่มีตรา มอก.
- ควรชั่งน้ำหนักก่อนซื้อเพื่อเทียบกับมาตรฐาน
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขนาดตรงกับที่แบบก่อสร้างกำหนด
- ควรเก็บเหล็กในที่ร่มเพื่อป้องกันสนิม
หล็กเส้นที่ดี = ฐานรากอาคารที่แข็งแรง
การเลือกเหล็กเส้นให้เหมาะสมกับอาคารโดยเฉพาะอาคารสูง ไม่ใช่แค่ดูเรื่องราคาเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาเรื่องความแข็งแรง การยึดเกาะคอนกรีต เกรด SD ที่เหมาะสม และมาตรฐานการผลิต
ถ้าคุณเป็นเจ้าของโครงการ วิศวกร หรือผู้รับเหมา อย่าลืมใส่ใจในรายละเอียดของเหล็กเส้น เพราะมันคือรากฐานของความปลอดภัยในทุกอาคาร
คำค้นหา : เหล็กเส้น,เหล็กเส้นอาคารสูง,เหล็กข้ออ้อย,ขนาดเหล็กเส้น,เหล็กเส้นก่อสร้าง



Leave a comment