การซื้อบ้านจากโครงการจัดสรร ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิต และก่อนจะลงนามรับโอนกรรมสิทธิ์บ้านหลังนั้นอย่างเป็นทางการ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจรับบ้าน หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “เช็คลิสต์ก่อนโอนบ้าน” บทความนี้ Mywatsadu.com จะพาคุณไปทำความเข้าใจ 10 ขั้นตอนตรวจรับบ้าน ที่ผู้ซื้อควรรู้ และสามารถใช้เป็นคู่มือในการตรวจสอบความเรียบร้อยของบ้านจากโครงการ เพื่อไม่ให้ต้องตามแก้งานซ้ำ หรือรับความเสียหายภายหลัง
ทำไมต้องตรวจรับบ้าน?
- ป้องกันปัญหาบ้านไม่ได้มาตรฐาน เช่น น้ำรั่ว, พื้นทรุด, สีลอก, ระบบไฟฟ้าผิดพลาด
- เป็นการตรวจสอบว่าผู้พัฒนาโครงการสร้างตามสเปกที่ระบุไว้หรือไม่
- หากมีจุดบกพร่อง สามารถ “ส่งรายการให้แก้ไข” ก่อนโอนกรรมสิทธิ์

10 ขั้นตอนตรวจรับบ้าน จากโครงการบ้านจัดสรร
1. ตรวจสอบโครงสร้างภายนอกและรอยร้าว
- ตรวจสภาพผนังรอบบ้าน ดูรอยร้าว รอยแตกร้าวเฉียงหรือแนวเส้นตรง
- ตรวจสอบฐานรากและแนวคานว่ามีรอยแยกหรือไม่
- ถ่ายภาพและขอให้โครงการระบุในเอกสารเพื่อแก้ไข
💡 หากเป็นรอยร้าวกว้างเกิน 0.3 มม. หรือทะลุด้านใน อาจเป็นรอยร้าวโครงสร้าง
2. ตรวจพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน ภายในบ้าน
- ตรวจพื้นทุกห้องว่าปูเรียบหรือไม่ เดินแล้วมีเสียงหรือยวบไหม
- ตรวจฝ้าเพดาน ดูรอยรั่วจากน้ำฝน หรือสีไม่เรียบ
- เคาะเบา ๆ เพื่อฟังเสียงร่อน หรือโพรง
💡 บ้านบางโครงการใช้วัสดุปูพื้นคุณภาพต่ำ ตรวจสอบให้ละเอียดก่อนรับมอบ
3. ตรวจประตู หน้าต่าง ลูกบิด และระบบล็อก
- เปิด-ปิดประตู/หน้าต่างทุกบาน ทดสอบว่าล็อกได้สนิทหรือไม่
- ตรวจลูกบิด มือจับ และบานพับว่าติดตั้งตรงหรือเอียง
- ตรวจขอบยางกันเสียง กันฝุ่นรอบวงกบ
💡 ประตูบานไม้ต้องตรวจว่าไม้โก่งงอหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน
4. ตรวจระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง
- เปิด-ปิดสวิตช์ไฟทุกจุด ตรวจความสว่าง
- ตรวจปลั๊กไฟทุกตำแหน่ง โดยใช้เครื่องทดสอบ (Test Pen)
- ตรวจตู้โหลดไฟ (เบรกเกอร์) ว่าจัดเรียงถูกต้อง
💡 ควรใช้ช่างไฟฟ้าหรือวิศวกรไฟฟ้าในการร่วมตรวจหากมีหลายจุด
5. ตรวจระบบน้ำดี น้ำเสีย และสุขภัณฑ์
- เปิดน้ำจากก๊อกทุกจุด ดูแรงดันและการระบาย
- เทน้ำที่พื้นห้องน้ำเพื่อตรวจการระบายน้ำ
- กดชักโครก ทดสอบแรงดันน้ำและการไหลย้อน
💡 ควรสังเกตกลิ่นจากท่อน้ำทิ้ง ถ้ามีกลิ่นอาจเกิดจากการติดตั้งไม่ถูกต้อง
6. ตรวจระบบหลังคา รางน้ำ และงานกันซึม
- ตรวจจากชั้นบนสุดหรือโถงหลังคา ว่ามีรอยรั่วหรือไม่
- ตรวจรางน้ำฝน ท่อน้ำทิ้ง ว่าระบายน้ำได้ดีหรือไม่อุดตัน
- หากฝนเพิ่งตก ให้ดูว่ามีน้ำซึมตามมุมห้องหรือฝ้าเพดานหรือไม่
💡 บ้านที่ยังไม่ผ่านฤดูฝน ควรขอประกันระบบหลังคาเพิ่มหากมีข้อกังวล
7. ตรวจสภาพสีทาภายในและภายนอก
- ตรวจดูสีว่าทาเรียบเสมอกันหรือไม่ มีรอยหยดหรือลอกไหม
- ตรวจตามขอบวงกบ หน้าต่าง และฐานเสา ว่าสีเลอะหรือไม่
💡 จุดที่ต้องตรวจละเอียดคือ “มุมห้อง”, “ใต้หน้าต่าง” และ “หลังบานประตู”
8. ตรวจระยะทางเดิน ถนน และพื้นที่รอบบ้าน
- ตรวจความลาดเอียงของถนนหน้าบ้าน น้ำต้องไม่ขัง
- ตรวจแนวทางเดินเข้า-ออกบ้านว่ามีการร้าว ทรุด หรือไม่
- ตรวจพื้นที่ดินรอบบ้าน ระดับดินควรเท่ากับแนวทางเท้า
9. ตรวจรายการวัสดุและอุปกรณ์ให้ตรงตามสัญญา
- ตรวจสอบว่าใช้วัสดุตามที่แจ้งไว้หรือไม่ เช่น กระเบื้อง, สุขภัณฑ์, บานประตู
- เช็กยี่ห้อจากฉลาก หรือตัวอักษรบนอุปกรณ์
- ถ่ายรูปเปรียบเทียบกับรายการแนบท้ายในสัญญา
10. จดบันทึกและแจ้งรายการที่ต้องแก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร
- ใช้แบบฟอร์ม “รายงานตรวจรับบ้าน” หรือแบบฟอร์มที่โครงการเตรียมไว้
- ระบุ “วันที่ตรวจ”, “ผู้ตรวจ”, “รายการที่ต้องแก้ไข” ให้ครบ
- ถ่ายภาพจุดที่มีปัญหาแนบไว้เป็นหลักฐาน
💡 ขอให้โครงการลงนามรับทราบ และระบุ “ระยะเวลาที่จะดำเนินการแก้ไข” อย่างชัดเจน
หากต้องการตรวจรับบ้านจัดสรรอย่างสมบูรณ์ ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรมาช่วยตรวจรับบ้านใหม่ก่อนส่งมอบ ซึ่งค่าตรวจนั้นเมื่อเทียบกับราคาบ้าน ถือว่าคุ้มค่ามาก เพื่อการรับบ้านใหม่ไม่ให้พลาด อย่าลืมเช็กตาม 10 ชั้นตอนนี้ และหากต้องการแต่งบ้าน อย่าลืมนึกถึงเว็บไซต์ mywatsadu.com นะคะ
Read More :
- แรงสั่นสะเทือนจากรถบรรทุก ทำให้บ้านร้าวได้ไหม? บ้านติดถนนใหญ่ต้องรู้
- 10 ร้านวัสดุก่อสร้างใกล้ฉัน 2025 หาซื้อง่าย ครบ จบในที่เดียว
- วิธีสังเกต “รอยร้าวโครงสร้างคอนโด” เบื้องต้นจากแผ่นดินไหว
- กู้ซื้อบ้านครั้งแรก เงินเดือนเท่าไหร่ จะผ่านไหม? ไขทุกข้อข้องใจสำหรับมือใหม่อยากมีบ้าน
- ประกันคอนโด แผ่นดินไหว มีความสำคัญอย่างไร? ป้องกันความเสียหายใหญ่ได้อย่างไร
คำค้นหา : ตรวจรับบ้านจัดสรร,เช็คลิสต์ตรวจบ้านก่อนโอน,ตรวจบ้านใหม่จากโครงการ,บ้านใหม่ต้องตรวจอะไรบ้าง,รับมอบบ้านอย่างไรไม่พลาด



Leave a comment