ไม่จ่ายค่าส่วนกลางนานเท่าไหร่ถึงโดนฟ้อง และปรับเท่าไหร่

ค่าส่วนกลางของบ้านและคอนโด เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อโครงการหมู่บ้านจัดสรร และคอนโดที่ต้องชำระ เพราะแต่ละวันโครงการได้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้าง รปภ. ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ หากไม่ชำระค่าส่วนกลางที่กำหนด ก็จะไม่ได้รับการบำรุงรักษาให้ส่วนกลางน่าใช้งาน บทความนี้ มายวัสดุ พาคุณมาดูว่าหากไม่จ่ายค่าส่วนกลางนานเท่าไหร่ ถึงจะถูกฟ้องและโดนปรับ และมีโอกาสถูกยึดบ้านจริงไหม?

ระยะเวลาที่มักจะนำไปสู่การฟ้องร้องหรือยึดทรัพย์

1. ค้างชำระ 3 เดือนขึ้นไป

  • หมู่บ้านจัดสรร: อาจถูกระงับบริการส่วนกลาง เช่น สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ
  • บ้านพักอาศัยทั่วไป: อาจถูกเรียกค่าปรับทันทีประมาณ 10–15% และมีการปิดสิทธิ์ใช้บริการส่วนกลาง 

2. ค้างชำระเกิน 6 เดือน

  • สถานการณ์เข้มข้นขึ้น: ถูกอายัดโอนกรรมสิทธิ์และนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับบ้าน (ไม่สามารถขายหรือโอนชื่อได้)
  • จัดเก็บค่าปรับสูงสุดถึง 20% ต่อปีจากยอดค้างชำระ 

3. ค้างชำระเกิน 12 เดือน (1 ปี)

  • โดยทั่วไป นิติบุคคลหรือสมาคมจัดสรร มักจะส่งเรื่องยื่นฟ้องศาลให้ดำเนินคดี ฟ้องเพื่อบังคับให้ชำระหนี้หรือบังคับคดียึดทรัพย์ต่อไป

ตัวอย่างคดีจากแหล่งข่าว

  • รายงานหนึ่งนำเสนอว่า ในกรณี “ลูกบ้านย่านรามคำแหง” ค้างค่าส่วนกลางนานเกิน 1 ปี ถูกฟ้องและแพ้คดี ซึ่งตามด้วยการยึดทรัพย์ (บ้าน) เพื่อขายทอดตลาด 
  • แม้ไม่มีข้อมูลว่าเป็นยอดค้างจ่ายเท่าไร แต่แนวทางนี้แสดงให้เห็นว่า “ค้างเกิน 1 ปี” เป็นระยะเวลาที่นิติบุคคลพร้อมดำเนินคดีจริง
ไม่จ่ายค่าส่วนกลางนานเท่าไหร่ถึงโดนฟ้อง และปรับเท่าไหร่

ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ควรรู้

  • ไม่มีกรณีชัดเจนที่ระบุยอดเงินค้างชำระ ว่า “ต้องถึงเป็นเงินกี่บาท” ถึงจะถูกยึดบ้าน แต่กระบวนการจะขึ้นอยู่กับข้อบังคับของนิติบุคคล โดยไม่ขึ้นกับยอดหนี้ขั้นต่ำใด ๆ
  • ค่าส่วนกลางเป็นหนี้บุริมสิทธิ (Priority debt) ตามกฎหมาย หากศาลมีคำสั่งแล้วแต่ยังไม่จ่าย สามารถยึดทรัพย์และขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ 
  • อายุความย้อนหลัง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) คือ 5 ปี นับจากวันที่ฟ้องร้อง 

ข้อแนะนำหากคุณหรือใครกำลังเผชิญสถานการณ์นี้

  1. อย่าปล่อยให้ค่าส่วนกลางค้างเกิน 6 เดือน ควรรีบชำระหรือต่อรองทันที
  2. หากมีปัญหาเรื่องเงิน ควรเสนอ ไกล่เกลี่ยค่าส่วนกลาง เช่น ขอผ่อนชำระหรือขอลดดอกเบี้ย
  3. หากได้รับหมายศาล อย่าละเลย — ควรไปรับทราบและเจรจา หรือปรึกษาทนายเพื่อรักษาสิทธิ์และทรัพย์สิน
  4. ตรวจสอบข้อบังคับโครงการ และแจ้งนิติบุคคลหากพบข้อผิดพลาดหรือมีข้อไม่ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาล่าสุดขึ้นไปอีกขั้น

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลกรณีจริงที่ระบุว่าเป็นยอดจำนวน “กี่บาท” จึงจะถูกยึดบ้าน แต่หลักการคือ หากค้างชำระและมีคำพิพากษาของศาลแล้ว แต่ลูกหนี้ยังไม่ชำระ นิติบุคคลมีสิทธิ์นำการบังคับคดี (execution) ไปสู่การยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดได้ โดยไม่จำกัดจำนวนเงินขั้นต่ำ

Read More :

Leave a comment