อยู่หมู่บ้านจัดสรรแล้ว​เพื่อนบ้านปล่อยหมาเห่าตลอดเวลา ทำยังไงได้บ้าง?

การซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรร ราคาหลายล้านย่านใกล้เมืองหลวง เพื่อต้องการชีวิตที่แสนสงบ พักผ่อนมีแรงสำหรับการทำงานสร้างตัว แต่กลับต้องมาเจอกับเพื่อนบ้านที่ไม่สนอะไรทั้งนั้น เลี้ยงสัตว์ปล่อยให้มีเสียงทั้งกลางวันและกลางคืน รบกวนเพื่อนบ้านจนเขานอนกันไม่ได้ บทความนี้ Mywatsadu.com พาคุณมาดูว่าสามารถเรียกร้องหน่วยงานหรือดำเนินการอะไรได้บ้าง?

หมาเห่าเสียงดังในหมู่บ้านจัดสรร จัดการอย่างไรให้ถูกกฎหมายและใจเย็น

ถ้าหมู่บ้านจัดสรรมีนิติบุคคล มี รปภ. ก็สามารถแจ้งและฝากไปเตือนได้ (บ้าง) แต่ส่วนใหญ่แล้วยิ่งบ้านที่มีราคาสูง ลูกบ้านก็ยิ่งมีนิสัยโลกส่วนตัวสูงเช่นกัน ตามตำราควรเข้าไปพูดคุยกันขณะที่สถานการณ์สงบ ด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจและชี้แจงถึงปัญหาสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแค่อดกลั้นไม่ให้หัวร้อนคุยกันได้ก็เก่งแล้วค่ะ

ปัญหาเพื่อนบ้านปล่อยให้ สุนัขเห่าเสียงดัง เป็นประจำจนรบกวนการใช้ชีวิตและการพักผ่อน ถือเป็นหนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่สร้างความหนักใจให้กับผู้อาศัยใน หมู่บ้านจัดสรร หรือชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น นอกเหนือจากความรำคาญใจแล้ว พฤติกรรมนี้ยังอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายได้อีกด้วย หากคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้อยู่ บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนและแนวทางการจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งการพูดคุย การเก็บหลักฐาน และการใช้ช่องทางตามกฎหมาย เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่บ้านของคุณ

ขั้นตอนที่ 1: เริ่มต้นด้วยการพูดคุยอย่างสุภาพและมีเหตุผล

การเผชิญหน้ากับเพื่อนบ้านอาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่การเริ่มต้นด้วยการ พูดคุยอย่างสุภาพ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาในระยะเริ่มต้น เจ้าของสุนัขบางรายอาจไม่ทราบว่าสุนัขของตนสร้างความเดือดร้อนมากขนาดไหน

  • เลือกเวลาที่เหมาะสม: ควรพูดคุยในเวลาที่ทั้งสองฝ่ายอารมณ์ดีและมีเวลา ไม่ควรพูดคุยในขณะที่สุนัขกำลังเห่าเสียงดัง
  • ใช้ภาษาที่เป็นมิตร: อธิบายผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เช่น “ผมเข้าใจว่าน้องหมาอาจจะเห่าตามสัญชาตญาณ แต่เสียงเห่าตอนกลางคืนทำให้ครอบครัวผมนอนไม่หลับเลยครับ”
  • เสนอแนวทางแก้ไข: อาจเสนอทางออกง่าย ๆ เช่น ให้เจ้าของลองนำสุนัขเข้าบ้านตอนกลางคืน หรือหาอุปกรณ์ลดการเห่า/ฝึกสุนัข (เช่น ของเล่นแก้เบื่อ, การพาไปออกกำลังกาย)

ขั้นตอนที่ 2: การเก็บหลักฐานเพื่อสนับสนุนการดำเนินการ

หากการพูดคุยไม่เป็นผล หรือเจ้าของสุนัขเพิกเฉย การมี หลักฐาน ที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ง่ายขึ้น

  1. บันทึกเสียง/คลิปวิดีโอ: บันทึกเสียงการเห่าให้ชัดเจนที่สุด โดยระบุ วัน-เวลา ที่เกิดเหตุการณ์อย่างละเอียด เพื่อแสดงให้เห็นว่าการรบกวนเกิดขึ้นเป็นประจำและต่อเนื่อง
  2. พยานบุคคล: หากมีเพื่อนบ้านคนอื่นที่ได้รับผลกระทบเหมือนกัน การรวบรวมพยานและข้อร้องเรียนจากหลายฝ่ายจะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับปัญหา
  3. บันทึกความเสียหายทางสุขภาพ (ถ้ามี): เช่น การไปพบแพทย์เนื่องจากอาการเครียดสะสม นอนไม่หลับ หรืออาการทางสุขภาพจิตอื่น ๆ (กรณีนี้อาจนำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ตามกฎหมายแพ่ง)

ขั้นตอนที่ 3: การใช้ช่องทางร้องเรียนและการดำเนินการตามกฎหมาย

หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขแม้จะมีการพูดคุยและเก็บหลักฐานแล้ว คุณสามารถใช้ช่องทางตาม กฎหมาย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าจัดการ เนื่องจากเสียงสุนัขเห่าดังเข้าข่ายเป็น “เหตุรำคาญ” ตามกฎหมาย

1. แจ้งฝ่ายนิติบุคคล/กรรมการหมู่บ้าน

สำหรับหมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่ ควรเริ่มต้นจากการแจ้ง นิติบุคคลหรือกรรมการหมู่บ้าน เพื่อให้ดำเนินการเจรจาหรือออกคำเตือนตามข้อบังคับของหมู่บ้านเป็นอันดับแรก ซึ่งมักจะเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด

2. แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น (ตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข)

คุณสามารถร้องเรียนไปยัง สำนักงานเขต (ใน กทม.) หรือ เทศบาล/องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ โดยอ้างอิงถึง:

  • พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 และ 28: กำหนดให้การเลี้ยงสัตว์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือเหตุรำคาญ (เช่น เสียงดัง) ถือเป็น “เหตุรำคาญ”
    • อำนาจเจ้าหน้าที่: เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีสิทธิ สั่งให้เจ้าของแก้ไข ภายในระยะเวลาที่กำหนด
    • โทษหากไม่ปฏิบัติตาม: หากเจ้าของไม่ดำเนินการแก้ไขตามคำสั่ง อาจมีโทษ ปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน

3. การใช้ ประมวลกฎหมายอาญา

หากเจ้าของสุนัขเพิกเฉยจนคุณได้รับความเดือดร้อนรำคาญอย่างหนัก สามารถพิจารณาใช้มาตรานี้ได้:

  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397: การกระทำใด ๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ความรับผิดชอบของเจ้าของสุนัข

คนรักสัตว์มีสิทธิ์ที่จะเลี้ยงสุนัข แต่การเลี้ยงจะต้องมาพร้อมกับ ความรับผิดชอบต่อสังคม และเพื่อนบ้านด้วย หากสุนัขเห่าเสียงดังจนรบกวนเพื่อนบ้านอย่างเป็นประจำและเจ้าของยังคงปล่อยปละละเลย เจ้าของอาจถูกดำเนินคดีได้ทั้งตามกฎหมายสาธารณสุขและประมวลกฎหมายอาญา

การจัดการปัญหาเสียงสุนัขเห่าในหมู่บ้านจัดสรรที่ดีที่สุด คือการเริ่มต้นด้วย ความเห็นอกเห็นใจ และ การพูดคุย หากไม่เป็นผล การใช้ช่องทางของนิติบุคคลและกฎหมายเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อรักษาสิทธิในการอยู่อาศัยอย่างสงบสุขของตนเอง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a comment