เจ้าของบ้านที่ต้องการเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงไว้ใช้งานทั่วไป การลงทุนในงบไม่เกิน 3,000 บาท ถือเป็นช่วงราคาที่คุ้มค่าที่สุด เพราะจะได้เครื่องที่มีแรงดันเพียงพอ (90-135 บาร์) และมีขนาดกะทัดรัดจัดเก็บง่าย ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ดังที่ทำรุ่นราคาประหยัดออกมาให้เลือกใช้โดยที่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยครับ นี่คือ 10 รุ่นยอดนิยมที่คัดมาให้แล้วว่าคุ้มค่าที่สุดในงบนี้

1. ZINSANO รุ่น FA1005 (100 บาร์)

รุ่นยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับคนงบน้อยที่ต้องการความมั่นใจเรื่องศูนย์บริการ

  • รายละเอียดสินค้า: ให้แรงดัน 100 บาร์ มอเตอร์ 1,400 วัตต์ ดีไซน์ทรงสูงพร้อมล้อลากและหูหิ้วพกพาสะดวก จุดเด่นคืออะไหล่หาง่ายมากและตัวเครื่องมีความทนทานสูงเมื่อเทียบกับราคา เหมาะสำหรับการล้างรถและล้างพื้นหน้าบ้านพื้นที่ไม่กว้างนัก
  • ราคาโดยประมาณ: 2,700 – 2,900 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA

2. PUMPKIN รุ่น Laguna Plus (105 บาร์)

เครื่องฉีดน้ำดีไซน์ทันสมัยพร้อมระบบ Auto-Suction

  • รายละเอียดสินค้า: มาพร้อมมอเตอร์ 1,400 วัตต์ แรงดัน 105 บาร์ มีระบบ Auto-Suction ที่สามารถดูดน้ำจากถังได้เองโดยไม่ต้องต่อก๊อก (เหมาะกับบ้านที่ก๊อกน้ำอยู่ไกล) และระบบ Auto Stop ที่หยุดการทำงานทันทีเมื่อปล่อยไกปืน ช่วยยืดอายุการใช้งานมอเตอร์
  • ราคาโดยประมาณ: 1,700 – 2,400 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA

3. Bosch รุ่น EasyAquatak 110 (110 บาร์)

มาตรฐานเยอรมันในขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว จัดเก็บง่ายที่สุด

  • รายละเอียดสินค้า: เป็นรุ่นที่เน้นความกะทัดรัด (Compact) น้ำหนักเบาเพียง 3.8 กก. ให้แรงดัน 110 บาร์ มอเตอร์ 1,300 วัตต์ แม้ตัวจะเล็กแต่พลังการฉีดสม่ำเสมอมาก หัวฉีดสามารถปรับรูปแบบน้ำได้หลากหลาย เหมาะมากสำหรับคนอยู่ทาวน์โฮมหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด
  • ราคาโดยประมาณ: 2,800 – 3,200 บาท (มักจัดโปรโมชั่นต่ำกว่า 3,000 บาท) คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE*** รุ่นยอดฮิต ขายมาแล้วกว่า 4,000 ชิ้น | LAZADA

4. Black Decker รุ่น BEPW1600L (110 บาร์)

ดีไซน์ใหม่ล่าสุดปี 2025 เน้นการจัดเก็บอุปกรณ์ที่ลงตัว

  • รายละเอียดสินค้า: มอเตอร์ 1,300 วัตต์ แรงดัน 110 บาร์ มาพร้อมจุดเก็บอุปกรณ์รอบตัวเครื่องที่ดูเป็นระเบียบ ตัวเครื่องมีที่จับขนาดใหญ่ถนัดมือ และสายฉีดน้ำยาว 5 เมตร ทำให้ใช้งานได้คล่องตัวโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายเครื่องบ่อย
  • ราคาโดยประมาณ: 2,600 – 2,950 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA

5. OSUKA รุ่น OSPC-1400 (135 บาร์)

แบรนด์ยอดฮิตออนไลน์ที่ให้ “แรงดันสูง” เกินราคา

  • รายละเอียดสินค้า: มอเตอร์ 1,400 วัตต์ ให้แรงดันสูงสุดถึง 135 บาร์ (ตามสเปก) มีระบบตัดอัตโนมัติและหัวฉีดที่ปรับแรงดันได้ละเอียด เป็นรุ่นที่คุ้มค่ามากสำหรับผู้ที่ต้องการแรงดันสูงไว้ขจัดคราบตะไคร่น้ำฝังแน่นบนพื้นคอนกรีต
  • ราคาโดยประมาณ: 1,500 – 1,900 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

6. HYUNDAI รุ่น Transformer II (105 บาร์)

ดีไซน์ล้ำสมัย แข็งแรงทนทานตามมาตรฐานเกาหลี

  • รายละเอียดสินค้า: แรงดัน 105 บาร์ มอเตอร์ 1,400 วัตต์ โครงสร้างภายนอกผลิตจากพลาสติกเกรดพรีเมียมทนแรงกระแทกได้ดี มีระบบกรองน้ำเข้าเพื่อป้องกันเศษทรายเข้าไปทำลายปั๊มภายใน ใช้งานล้างรถได้ต่อเนื่องโดยเครื่องไม่ร้อนจัด
  • ราคาโดยประมาณ: 2,200 – 2,800 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

7. ZINSANO รุ่น Amazon Plus (100 บาร์)

รุ่นสเปกอัปเกรดที่เน้นความเงียบและประหยัดน้ำ

  • รายละเอียดสินค้า: ให้แรงดัน 100 บาร์เท่ารุ่น FA1005 แต่มีการปรับปรุงวัสดุภายในให้ทำงานได้นิ่งและเงียบขึ้นเล็กน้อย มาพร้อมหัวฉีดระเบิด (Turbo Nozzle) ในบางชุดโปรโมชั่น ช่วยให้การล้างพื้นหินหรือผนังปูนทำได้รวดเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว
  • ราคาโดยประมาณ: 2,790 – 2,990 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

8. PUMPKIN รุ่น MD-100 (100 บาร์)

เครื่องฉีดน้ำทรงกล่องขนาดเล็ก พกพาง่าย

  • รายละเอียดสินค้า: แรงดัน 100 บาร์ มอเตอร์ 1,200 วัตต์ ออกแบบมาเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมจัดวางได้มั่นคงไม่ล้มง่าย มีด้ามจับถนัดมือและสามารถดูดน้ำจากถังได้เช่นกัน เหมาะสำหรับเป็นเครื่องสำรองหรือใช้ล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง
  • ราคาโดยประมาณ: 1,800 – 2,100 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

9. Black Decker รุ่น PW1370TDSG (100 บาร์)

รุ่นคลาสสิกที่ราคาเป็นมิตรที่สุดจากค่ายสีส้ม

  • รายละเอียดสินค้า: แรงดัน 100 บาร์ มอเตอร์ 1,300 วัตต์ แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ยังคงคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยสูง ตัวเครื่องมีล้อลากช่วยให้การเคลื่อนย้ายรอบบ้านเป็นเรื่องง่าย เป็นรุ่นที่ช่างมือสมัครเล่นนิยมหาซื้อมาเริ่มใช้งานเป็นเครื่องแรก
  • ราคาโดยประมาณ: 2,400 – 2,600 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

10. OSUKA รุ่น OCPW606-M1 (ไร้สาย 55 บาร์)

ทางเลือกใหม่สำหรับงานล้างเบาๆ ที่ไม่มีปลั๊กไฟ

  • รายละเอียดสินค้า: แม้แรงดันจะอยู่ที่ 55 บาร์ (ซึ่งต่ำกว่าแบบมีสาย) แต่จุดเด่นคือ “ความไร้สาย” ใช้แบตเตอรี่ 20V เหมาะสำหรับล้างจักรยาน มอเตอร์ไซค์ หรือรดน้ำต้นไม้ในที่ที่สายไฟไปไม่ถึง เป็นเครื่องมือเสริมที่สะดวกมากสำหรับบ้านยุคใหม่
  • ราคาโดยประมาณ: 2,700 – 2,900 บาท (พร้อมแบตเตอรี่) คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

วิธีเลือกซื้อเครื่องฉีดน้ำราคาไม่เกิน 3,000 บาท ให้คุ้มที่สุด

  1. ดูที่ประเภทมอเตอร์: ในงบนี้ส่วนใหญ่จะเป็น Universal Motor (มอเตอร์แปรงถ่าน) ซึ่งน้ำหนักเบาและราคาถูก แต่ไม่ควรใช้งานต่อเนื่องนานเกิน 20-30 นาที ควรพักเครื่องบ้างเพื่อไม่ให้ไหม้
  2. ฟังก์ชัน Auto Stop: ต้องมี! เพื่อให้มอเตอร์หยุดทำงานเมื่อปล่อยไกปืน ช่วยประหยัดไฟและยืดอายุการใช้งานปั๊ม
  3. ความยาวสายฉีด: ในงบนี้ปกติจะให้มา 3-5 เมตร หากบ้านคุณกว้าง แนะนำให้เลือกรุ่นที่ให้สาย 5 เมตรขึ้นไป จะได้ไม่ต้องลากเครื่องเดินตามบ่อยๆ
  4. ระบบดูดน้ำจากถัง (Auto Suction): มีประโยชน์มากหากคุณไม่สะดวกต่อน้ำจากก๊อกโดยตรง หรือในวันที่แรงดันน้ำในบ้านต่ำ

ข้อควรระวังในการใช้งาน

  • ห้ามฉีดใส่คนหรือสัตว์: แรงดัน 100 บาร์ขึ้นไปสามารถทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์ได้
  • ไล่อากาศก่อนใช้งาน: ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ให้กดไกปืนค้างไว้จนกว่าน้ำจะพุ่งสม่ำเสมอเพื่อไล่อากาศออกจากระบบ ป้องกันปั๊มพังเร็ว
  • ทำความสะอาดไส้กรอง: คอยเช็กไส้กรองน้ำเข้าเสมอ อย่าให้มีทรายหรือสิ่งสกปรกหลุดเข้าไป

หากคุณเน้นความมั่นใจและการรับประกัน ZINSANO หรือ Bosch คือคำตอบที่ดีที่สุด แต่ถ้าเน้นความแรงและฟังก์ชันดูดน้ำจากถังในราคาที่ถูกลงมา PUMPKIN หรือ OSUKA จะให้ความคุ้มค่าด้านสเปกได้มากกว่าครับ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง :

Leave a comment