10 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี? ตัวช่วยบ้านสะอาดอัตโนมัติ พร้อมวิธีเลือกและราคา

ในยุคที่เวลาเป็นสิ่งมีค่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot Vacuum) ไม่ได้เป็นแค่เพียง Gadget ทันสมัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานที่ช่วยเปลี่ยนบ้านให้สะอาดได้โดยไม่ต้องลงแรงเอง โดยเทคโนโลยีปี 2026 นี้ได้ก้าวไปถึงขั้นที่หุ่นยนต์สามารถ “ซักผ้าถูและอบแห้ง” ได้เองในตัว ช่วยลดภาระงานบ้านได้เกือบ 100%

1. Roborock Saros 10R

ที่สุดของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทำความสะอาดรอบด้าน (All-in-One)

  • รายละเอียดสินค้า: โดดเด่นด้วยแรงดูดมหาศาลถึง 19,000 Pa มีระบบนำทางเลเซอร์ที่แม่นยำสูง และที่สำคัญคือมีแท่นชาร์จอัจฉริยะที่สามารถเก็บฝุ่น ซักผ้าม็อบด้วยน้ำร้อน และอบแห้งเพื่อป้องกันกลิ่นอับได้เองอัตโนมัติ เหมาะสำหรับบ้านหลังใหญ่ที่มีทั้งพื้นแข็งและพรม
  • ราคาโดยประมาณ: 35,000 – 42,000 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ LAZADA

2. Dreame Bot X40 Ultra

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เน้นความประณีตในการทำความสะอาดซอกมุม

  • รายละเอียดสินค้า: มาพร้อมระบบแปรงข้างและผ้าม็อบที่สามารถ “ยืดแขน” ออกมาเช็ดขอบกำแพงหรือขาโต๊ะได้ (Bionic Arm) แรงดูดสูงถึง 12,000 Pa และมีระบบ AI ช่วยจดจำสิ่งกีดขวางบนพื้นมากกว่า 50 ชนิด เพื่อหลบหลีกสายไฟหรือมูลสัตว์ได้อย่างแม่นยำ
  • ราคาโดยประมาณ: 32,000 – 38,000 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

3. Xiaomi Robot Vacuum X20+

รุ่นคุ้มค่า (Value King) ที่ให้สเปกครบเครื่องในราคาเข้าถึงง่าย

  • รายละเอียดสินค้า: เป็นรุ่นยอดนิยมที่มาพร้อมแท่นเก็บฝุ่นและซักผ้าม็อบอัตโนมัติ แรงดูด 6,000 Pa เพียงพอสำหรับงานบ้านทั่วไป ระบบนำทาง LDS Laser ช่วยให้สร้างแผนที่บ้านได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการหุ่นยนต์ All-in-One ในงบประมาณจำกัด
  • ราคาโดยประมาณ: 11,500 – 14,900 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

4. ECOVACS DEEBOT X2 OMNI

ดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมเพื่อการทำความสะอาดเข้ามุมที่เหนือกว่า

  • รายละเอียดสินค้า: ฉีกกฎดีไซน์ทรงกลมด้วยรูปทรงเหลี่ยม (Square Design) ที่ช่วยให้แปรงปัดสามารถเข้าถึงมุมห้องได้ลึกกว่ารุ่นทั่วไป มีระบบนำทางด้วย AI และกล้องวัดระยะทางที่ทันสมัย พร้อมแท่นชาร์จ OMNI Station ที่ดูแลตัวเองได้ครบวงจร
  • ราคาโดยประมาณ: 28,000 – 34,000 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

5. iRobot Roomba Combo j9+

เน้นความฉลาดของซอฟต์แวร์และการจัดการสิ่งสกปรกแบบมือโปร

  • รายละเอียดสินค้า: โดดเด่นด้วยระบบ Dirt Detective ที่ช่วยวิเคราะห์ว่าห้องไหนสกปรกที่สุดและควรทำความสะอาดก่อน ผ้าม็อบสามารถยกขึ้นเก็บด้านบนสุดเมื่อเจอพรม เพื่อป้องกันไม่ให้พรมเปียกชื้น มีการรับประกันการหลบหลีกมูลสัตว์เลี้ยง (P.O.O.P. Guarantee)
  • ราคาโดยประมาณ: 38,000 – 48,000 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE

6. Samsung Jet Bot Combo AI

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นพลัง AI ที่มาพร้อมระบบฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ

  • รายละเอียดสินค้า: ใช้ระบบ AI ในการแยกแยะประเภทสิ่งสกปรกและพื้นผิว แท่นชาร์จสามารถพ่นไอน้ำความร้อนสูงเพื่อฆ่าเชื้อที่ผ้าม็อบได้ ลดการสะสมของแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีเยี่ยม เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก
  • ราคาโดยประมาณ: 39,000 – 45,000 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ LAZADA

7. AUTOBOT Ultra (20N)

แบรนด์ไทยที่จัดเต็มเรื่องแรงกดทับในการถูพื้น

  • รายละเอียดสินค้า: มาพร้อมระบบถูพื้นแบบกดทับ (Pressurized Mopping) ที่ช่วยขจัดคราบฝังแน่นบนพื้นได้ดีกว่าการถูแบบผ่านๆ มีระบบซักผ้าถูแบบ Real-time ภายในตัวเครื่องขณะทำงาน ช่วยให้ผ้าม็อบสะอาดอยู่เสมอตลอดการทำความสะอาด
  • ราคาโดยประมาณ: 22,000 – 26,000 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ LAZADA

8. Xiaomi Robot Vacuum S20+

หุ่นยนต์ดูดถูรุ่นเริ่มต้นที่ฉลาดเกินตัว

  • รายละเอียดสินค้า: แม้จะไม่มีแท่นซักผ้าอัตโนมัติ แต่ให้แรงดูดถึง 6,000 Pa และมีระบบถูพื้นแบบหมุนคู่ (Dual Spinning Mops) ที่สะอาดกว่าแบบแผ่นลากทั่วไป แบตเตอรี่อึดทนทำงานได้นานถึง 170 นาที เหมาะสำหรับคอนโดหรือบ้านเดี่ยวขนาดกลาง
  • ราคาโดยประมาณ: 8,500 – 9,900 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ LAZADA

9. Mister Robot HYBRID MAX CLEAN

หุ่นยนต์สายเลือดไทยที่เน้นความทนทานและศูนย์บริการที่มั่นใจได้

  • รายละเอียดสินค้า: ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสภาพอากาศและฝุ่นในไทยโดยเฉพาะ มีระบบ Hybrid ที่ดูดและถูไปพร้อมกันได้อย่างลงตัว กล่องเก็บฝุ่นและถังน้ำมีขนาดใหญ่พิเศษ ลดความถี่ในการนำไปเททิ้ง
  • ราคาโดยประมาณ: 12,000 – 15,900 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ LAZADA

10. Airbot A800

ทางเลือกราคาประหยัดสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานครั้งแรก

  • รายละเอียดสินค้า: เน้นความเรียบง่ายด้วยระบบนำทาง Gyroscope ที่ช่วยให้เดินครบทุกพื้นที่ในราคาที่ประหยัดที่สุดตัวหนึ่งในตลาด แรงดูดเพียงพอสำหรับการเก็บเศษฝุ่นและเส้นผมบนพื้นแข็ง เหมาะสำหรับคอนโดสตูดิโอหรือห้องขนาดเล็ก
  • ราคาโดยประมาณ: 3,500 – 5,000 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ LAZADA

วิธีเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นให้เหมาะกับบ้าน

  1. ขนาดพื้นที่อาศัย:
    • คอนโด/ห้องสตูดิโอ: เลือกรุ่นที่มีขนาดกะทัดรัด แรงดูด 4,000-6,000 Pa ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องมีแท่นชาร์จขนาดใหญ่เพื่อประหยัดพื้นที่
    • บ้านเดี่ยว 2 ชั้นขึ้นไป: ควรเลือกรุ่นที่สามารถจดจำแผนที่ได้หลายชั้น (Multi-map) และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า 120 นาที
  2. ประเภทพื้นผิว: หากบ้านมี พรม เยอะ ควรเลือกรุ่นที่มีฟังก์ชันยกผ้าม็อบอัตโนมัติหรือถอดม็อบทิ้งไว้ที่ฐาน เพื่อไม่ให้พรมเปียกและเหม็นอับ
  3. ระบบนำทาง (Navigation): แนะนำรุ่นที่ใช้ Laser (LDS/LiDAR) เพราะจะเดินได้อย่างเป็นระเบียบ ไม่เดินมั่ว และสามารถกำหนดเขตห้ามเข้า (No-go Zone) ผ่านแอปได้แม่นยำ
  4. ความสะดวกในการดูแล: หากคุณไม่มีเวลา แนะนำให้เลือกรุ่นที่มี Station (แท่นชาร์จอัจฉริยะ) ที่ช่วยเก็บฝุ่นและซักผ้าม็อบให้เสร็จสรรพ
  5. สัตว์เลี้ยงในบ้าน: ควรเลือกรุ่นที่มีเทคโนโลยี Obstacle Avoidance (หลบหลีกสิ่งกีดขวาง) เพื่อป้องกันไม่ให้หุ่นยนต์ลากมูลสัตว์ไปทั่วบ้าน และมีแปรงยางที่ช่วยลดปัญหาขนพันรอบแปรง

หากคุณต้องการความสะดวกสบายสูงสุดและมีงบประมาณ Roborock Saros 10R หรือ Dreame X40 คือตัวท็อปที่จบงานบ้านได้จริง แต่ถ้าเน้นความคุ้มค่าและใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน Xiaomi X20+ คือรุ่นที่แนะนำมากที่สุดในปีนี้ครับ

Leave a comment